อยู่วอร์ดระบบประสาทและสมองเป็นยังไงบ้าง ก่อนผ่าตัดต้องเจออะไรบ้าง มาฟังชีวิตก่อนผ่าตัดสมองกัน!
ย้อนกลับไปยังวันที่เราต้องมาแอดมิตโรงพยาบาล วันนั้นเวลาห้าโมงเย็น ระหว่างที่เรางีบหลับอยู่ มือถือที่ไม่เคยเปิดเสียงก็สั่นรุนแรง เราลืมตาขึ้นมามองหมายเลขที่โทรเข้าแล้วตัดสินใจปล่อยมันไปเพราะคิดว่าเป็นมิจฉาชีพ เนื่องจากไม่ขึ้นว่าใครโทรมา ไม่มีได้สั่งของ และ Who’s call ก็ไม่ระบุว่าเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ มีแต่ตัวเลขน่าสงสัย
แต่ปลายสายกลับไม่ลดละความพยายาม เพราะยังโทรมาติดกันอีกสองสาย ฉันยอมแล้ว กดรับสายที่สาม ในหัวคิดว่าหากเป็นพี่มิจจี้ จะชวนคุยสักชั่วโมงให้เข็ดจนไม่โทรมาอีกเลย
‘คุณสุภัควดีใช่มั้ยคะ โทรจากโรงพยาบาลนะคะ ผล CT Scan ออกมาแล้วค่ะ คุณต้องเข้าแอดมิตวันนี้’
‘ผลมันแย่มากเลยเหรอคะ’ เราถามกลับและเงียบไปสามวินาทีก่อนจะพูดออกไปว่า ‘ช่วยปลอบหน่อยได้มั้ยคะ’ ก่อนจะโทรหาให้เพื่อนมารับเพราะคุณพยาบาลบอกว่าต้องพาญาติมาด้วย แล้วรีบเก็บของเตรียมตัวไปแอดมิตตามสั่ง แต่เราก็เก็บไม่ถูกหรอก ไม่รู้ว่าต้องเอาอะไรไปบ้าง สุดท้ายก็หยิบแต่ของไร้สาระแล้วต้องไปซื้อของจำเป็นที่เซเวนอยู่ดี
แนะนำของที่ต้องเตรียมไปแอดมิตโรงพยาบาลรัฐ
- รองเท้าแตะ ไว้ใส่เดินในวอร์ด ใส่ไปห้องน้ำ
- แปรงสีฟัน ยาสีฟัน แชมพู ครีมต่าง ๆ ไม่แนะนำให้ใช้พวกออยอาบน้ำหรือทาตัว เพราะมันลื่น อาจเป็นอันตรายกับผู้ป่วยร่วมวอร์ดและตัวเองได้
- เครื่องบำรุงผิว
- สายชาร์จมือถือ
- ทิสชูแห้งและทิสชูเปียก
- หนังสือหรือเกมแก้เบื่อ
วอร์ดผู้ป่วย
วอร์ดผู้ป่วยรวมนี้ไม่เหมือนกับที่เคยเจอมาก่อน ที่เคยเห็นมักจะเป็นห้องขนาดวางเตียงเรียงกัน 5-6 เตียง ส่วนสเตชันพยาบาลจะอยู่ด้านนอก รับผิดชอบดูแลห้องพักผู้ป่วยหลาย ๆ ห้อง เรียกพยาบาทได้ด้วยการกดกริ่ง
แต่วอร์ดศัลยกรรมประสาทและสมองต่างออกไป ห้องขนาดใหญ่ถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน เรียงเตียงเอาไว้ทั้งสองฝั่ง แถบหนึ่งของห้องคือสเตชันพยาบาลตลอดแนว สามารถมองเห็นคนไข้ได้ทุกเตียงตลอดเวลา
ส่วนที่พราได้พักคือส่วนที่อยู่ด้านในสุด เป็นโซนเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ได้เปลี่ยนตำแหน่งเตียงไป 3-4 หนตามความรุนแรงของอาการ รุนแรงมากได้อยู่ใกล้โต๊ะคุณพยาบาลที่สุด เราได้นอนเตียงด้านใน ๆ รองสุดท้ายเป็นส่วนใหญ่ สงบ ดูซีรีส์สบาย ใช่ค่ะ เราให้เพื่อนเอาคอมหูฟังมาให้ค่ะ
ตารางเวลาสุดเป๊ะ
เราเชื่อว่าทุกวอร์ดในทุกโรงพยาบาลจะมีตารางเวลาอันแสนจะเป๊ะอยู่แล้ว แน่นอนว่าที่วอร์ดระบบประสาทและสมองนี้ก็เช่นกัน แถมยังวุ่นสุด ๆ ด้วย เราเคยนั่งสังเกตอย่างจริงจังก็เห็นว่าคุณพยาบาลแทบไม่ได้นั่งเลย นั่งปุ๊บก็ทำงานเอกสารต่อปั๊บ
ทุกอย่างทำตามเวลาเป๊ะ เริ่มตั้งแต่ตื่น ล้างหน้าล้างตาทำความสะอาดร่างกาย กินยา กินข้าว กินยา ญาติมาเยี่ยม กินข้าว ทำความสะอาด กินข้าว กินยา ญาติมาเยี่ยม เข้านอน แล้วก็วนไปค่ะ
ไว้จะเล่าให้ฟังแบบละเอียดกว่านี้ในตอน พยาบาลทำอะไรบ้างหรือการสังเกตการณ์ในวอร์ดผู้ป่วย (เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังอีกที ยังไม่ได้ตัดสินใจชื่อตอนไม่ได้เลยค่ะ) นะคะ
ชีวิตในวอร์ด
เนื่องจากเราเป็นผู้ป่วยที่เคลื่อนไหวได้เหมือนปกติดี เราจึงมีอิสระมาก ต่างจากผู้ป่วยอีกหลายคนที่เคลื่อนไหวค่อนข้างลำบาก
เราดูแลตัวเอง ไปห้องน้ำเอง ตอนเช้าก็ไปอาบน้ำเอง กินข้าวได้เอง แล้วก็หลับกลางวันเองด้วย (อวดทำมายยย) ส่วนมากแล้วการใช้ชีวิตก็วนลูปประมาณนี้แหละ

หลังจากแอดมิต เราได้รับยาลดสมองบวมทุกวัน คุณพยายามจะเเปิดเส้นที่หลังมือไว้เปิดปิดจุ๊กเพื่อส่งยาเข้าไป ถ้ามันหลุด เริ่มปวด หรือถึงเวลาที่กำหนด 3-4 วันก็จะเปิดเส้นใหม่เพื่อความสะอาดและไม่ต้องทนเจ็บทุกวัน ไม่ ๆ พูดอย่างนั้นไม่ได้ ต้องบอกว่าพยาบาลที่นี่ 99% เจาะเลือดเจาะเข็มเบามือมากกก
การให้ยาส่งผลให้เราหิวมากกว่าปกติ เรากินอะไรก็ไม่อิ่ม ทั้ง ๆ ที่โรงพยาบาลให้ข้าวเยอะ แถมอร่อยด้วยนะ 3 มื้อไม่มีซ้ำ (เดี๋ยวนี่ก็จะมาเล่าให้ฟังอีกเพราะประทับใจมา)
แล้วเสียงสวรรค์ก็ดังขึ้นจากคุณพยาบาล ‘สั่งเซเวนได้นะ แจ้งว่าอยู่วอร์ดระบบประสาทและสมอง บอกชั้น แล้วก็เลขเตียง พอเขามาถึงหน้าประตูวอร์ด ให้เขากดกริ่งเรียกพยาบาล เดี๋ยวพยาบาลจะจัดการนำมาให้ที่เตียง’
เท่านั้นแหละ ตาเราลุกวาว กดสั่งกาแฟ ไอศกรีม ขนม ผลไม้ทันที แถมยังสั่งแทบทุกวันวันด้วย วันละ 1 รอบถ้วนหลังอาหารกลางวัน เราแอบไม่ทำตามกฎแทบทุกครั้ง เรารอให้พนักงานเซเวนโทรมาบอกว่าถึงหน้าวอร์ดแล้ว แล้วเราก็เดินไปเปิดประตูรับของเอง เราสั่งของจนพนักงานจำได้ และแน่นอนว่าคุณพยาบาลทุกคนรู้ว่าเราสั่งของเซเวนทุกวันและบางครั้งก็สั่งของอย่างอื่นมาจากนอกโรงพยาบาลด้วย
เราสั่งเยอะขนาดไหนเหรอ เยอะขนาดว่าไม่ได้บอกเลขเตียง บอกแค่ชื่อวอร์ดกับชั้น ของมาก็ถึงมือเราได้อะ

วันนั่นเราเบื่อมากเลยสั่งหนังสือจาก Kinokuniya ที่ Central World และเรียก Grab แบบมีเพิ่มภารกิจซึ่งก็จะแพงกว่าเรียกแบบรถธรรมดา เพราะบวกค่าบริการส่วนที่เราต้องการให้เขาทำเพิ่ม เราว่าคุ้มมากนะ ให้เขาเดินไปซื้อหนังสือให้และเอามาส่งเราถึงหน้าประตูวอร์ด กับค่าบริการเพิ่มไม่เท่าไร ให้เขาไปเถอะ อย่าไปลักไก่เรียกแบบส่งคนแล้วกลับบอกให้เขาไปซื้อของให้ แบบนั้นมันไม่น่ารัก
ก่อนจะเรียก Grab เราโทรตามหาจากร้านหนังสือหลายที่มากกว่าจะเจอร้านที่มีสต็อก ประมาณ 4 ร้านเห็นจะได้ ถ้าเพื่อน ๆ อยากซื้อมาอ่านบ้าน สั่งตรงสำนักพิมพ์ได้เลยที่ >> ติดบ้าน (Daheim) <<
แล้วน้อง Grab มาส่งให้ที่หน้าประตูวอร์ด ไม่ได้โทรเข้ามา แล้วเราก็ไม่ได้เช็กดูว่าน้องแชตหรือโทรมามั้ย กำลังวุ่นกับการวัดความดันและอุณหภูมิร่างกาย อยู่ ๆ คุณพี่แม่บ้านก็เดินถือถุงกระดาษ Kinokuniya มาให้ แล้วก็บอกว่า ‘ของคุณแน่ ๆ’ เรานี่ขำเลย ทุกคนรู้สินะว่าเดลิเวอรี่ส่วนใหญ่คือดิฉันเอง
ฟังดูแล้วเหมือนเราทำตามใจมาก ๆ เลยใช่มั้ย แต่ว่ามันก็อยู่ในเงื่อนไขอาการของเรานะ เราไม่มีภาวะน้ำตาลหรือความดันสูง เราจึงกินอาหารได้ทุกอย่าง ไม่ถูกห้าม ถามคุณหมอแล้วเรียบร้อย
เราไม่ดื้อหรอก พยายามทำตัวดี ๆ เพราะแค่นี้พยาบาลก็เหนื่อยมากพอแล้ว คนไข้ที่ดูแลตัวเองไม่ได้ก็เยอะพออยู่แล้ว อย่าได้เพิ่มปัญหาให้อีกเลย
เพื่อนร่วมวอร์ด
เนื่องจากเป็นวอร์ดระบบประสาทและสมอง คนไข้คือผู้มีปัญหาเรื่องสมอง เรื่องระบบประสาท มีเนื้องอก เป็นสโตรกหรือเส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบ เลือดออกในสมอง ประสบอุบัติเหตุและส่งผลกระทบต่อสมอง ผู้ป่วยส่วนมากจึงช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ และเป็นผู้ป่วยสูงอายุเป็นส่วนใหญ่ วอร์ดก็จะค่อนข้างเงียบ ส่วนมากก็นอนกันเกือบทั้งวัน เราก็นอนเกือบทั้งวันเช่นกัน
แต่ก็มีบ้างที่คนไข้ไม่นอนตอนกลางคืน เสียงดังโวยวาย อันเนื่องมาจากอาการของโรค เช่น คุณป้าคนหนึ่งที่มักตื่นมาพูดคุยโวยวายตอนกลางคืนเป็นประจำ ป้าไม่รู้ว่ากี่โมง ป้าไม่รู้ตัวว่าตัวเองป่วยด้วยซ้ำ และที่สำคัญคือป้าไม่สามารถบอกได้ว่าตอนนี้เป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการทางสมองของคนที่เป็นสโตรก และเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณป้าถึงตื่นกลางคืนและร้องบอกว่าหิวช่วงเที่ยงคืนเป็นต้นไป
คุณป้าที่มีลูกชายเป็นลูกครึ่งที่พูดไทยไม่ได้เลยนอกจากคำว่า สวัสดี ขอบคุณ ขอโทษ แต่ก็พยายามจะใช้ Google แปลภาษาคุยกับพยาบาล แต่ดูเหมือนจะไม่คุยกับคุณป้า (พี่สาวแม่) ที่มองว่าโรงพยาบาลนี้ดูแลไม่ดี พยาบาลไม่สนใจ (เดี๋ยวตอนถัด ๆ ไปจะมาเล่าให้ฟังว่าเรื่องพยาบาลไม่ดูแลนี่จริงมั้ย)
คุณป้าอีกคนที่ใส่เครื่องช่วยหายใจ ชอบเคาะขอบเตียงเพราะต้องการเรียกพยาบาล หรือไม่ก็เพราะมันทรมานมากจนต้องระบายความเจ็บปวดออกมา
เพื่อนร่วมวอร์ดส่วนใหญ่ประชาชนทั่วไป ไม่ใช่ร่ำรวย บางคนก็มีฐานะ แต่ส่วนมากเป็นประชาชนธรรมดา บางคนหาเช้ากินค่ำที่ไม่มีเงินมากพอจะซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ หลายคนถูกส่งต่อมาจากต่างจังหวัดใกล้บ้างไกลบ้าง ผ่าเสร็จก็นอน 1-2 วันแล้วก็กลับบ้าน บางคนก็แทบไม่มีญาติมาเยี่ยม บางคนก็ญาติมาเยี่ยมทุกวันแต่ก็แค่ทำตามหน้าที่ไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้น
หลากหลายความรู้สึกของทั้งผู้ป่วยและญาติ และเป็นช่วงที่ได้เห็นอะไรกว้างมากขึ้นสำหรับเรา จนอยากทำอะไรช่วยเหลือสังคมสักอย่างหนึ่ง แต่ก็ยังคิดไม่ออกนอกจากเขียนบทความเรื่องการป่วยเพื่อบอกเล่าประสบการณ์การป่วยและรักษา ให้เพื่อน ๆ ได้เห็นหลาย ๆ มุมของการป่วยและการรักษา
เวลาเยี่ยมอันแสนจำกัด
เวลาเยี่ยมของวอร์ดระบบประสาทและสมองมีค่อนข้างจำกัด 1 วันจะเยี่ยมได้ 2 เวลาคือช่วง 12.00-13.00 น. และ 17.00-18.00 น. ญาติคนไข้หลายคนอาจจะไม่ค่อยสะดวกกัน เพื่อนเราก็เช่นกัน ช่วงแรกโดนถามว่าไม่มีญาติไม่มีเพื่อนเหรอจากคนไข้เตียงข้าง ๆ ก็ได้ยิ้มให้ไป
วันธรรมดาก็คือญาติค่อนข้างน้อย จะมีแค่ญาติกลุ่มเดิม ๆ ที่มาทุกวัน แต่เสาร์อาทิตย์คือมากันเยอะเลยละ วุ่นวายสุด
แต่หากดูตารางเวลาการทำงานของพยาบาลและหมอ ก็เข้าใจว่าทำไมเวลาเยี่ยมสั้นกว่าวอร์ดอื่น เพราะพยาบาลจะต้องดูแลทำความสะอาดผู้ป่วยที่เคลื่อนไหวลำบาก ซึ่งใช้เวลาหลายชั่วโมงสำหรับทั้งวอร์ดที่มีกี่เตียงนะ จำไม่ได้ น่าจะประมาณ 40 เตียง
และแล้วก็ได้คิวผ่าตัด…

หลังจากใช้ชีวิตเป็นผู้ป่วยในวอร์ดระบบสาทและสมองแบบสบาย ๆ รับยาลดสมองบวม พูดคุยกับผู้คน ไม่ว่าจะเป็นคุณพยาบาล คุณหมอเจ้าของเคส หมอประจำบ้าน นักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย และผู้ป่วยร่วมวอร์ด ก็ได้เวลาแล้วที่การรักษาสเตปต่อไปจะมาถึง
กำหนดวันผ่าตัดคือวันพุธที่ 18 ธันวาคม 2024 (2567) เวลา 9.00 น. คิวแรก! คุณหมอเจ้าของเคสมาบอกด้วยตัวเอง วันที่ได้รู้ก็คือก่อนหน้ากำหนดผ่าตัดประมาณ 3-4 วัน จำไม่ค่อยได้ แถมไม่ได้จดไว้อีก (ตีมือตัวเอง)
เราไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด ตื่นเต้น อยากผ่าไว ๆ จะได้กลับไปใช้ชีวิตต่อเสียที
ตอนหน้ามาพบกับขั้นตอนการ ‘เตรียมตัวก่อนผ่าตัดและเข้าห้องผ่าตัด’ กันค่ะ โอย ภาคต่อเยอะเหลือเกิน แต่มันหยุดงอกเรื่องเล่าไม่ได้จริง ๆ งืออออ~
Affiliate สั่งซื้อจาก Shopee/Lazada ราคาเดิม เพิ่มเติมผู้เขียนได้ค่าคอมมิชัน 2-7%














